5 ประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ จากซีรี่ย์ดังเกาหลี
- Abdullah Hajihasan
- 25 ม.ค. 2564
- ยาว 1 นาที

ใครกำลังดูซีรีย์ Startup กันอยู่บ้าง วันนี้เรามาเพิ่มความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษในเรื่องธุรกิจ Startup กันดีกว่า

1.แผนธุรกิจ ( Business Plan )
เรามาเริ่มคำศัพท์คำแรกกันกับคำว่า “Business Plan” หรือ แผนธุรกิจ ซึ่งก็คือ การวางแผนก่อนที่เราจะทำธุรกิจนั่นเองละครับ

2.ผู้ให้ยืม ( Lenders )
ในส่วนคำศัพท์คำที่ 2 “Lender” หรือ ผู้ให้ยืม ถ้ามีคำว่าผู้ให้ยืมแล้วก็จะต้องมีผู้ยืม (Borrower)
ตรงนี้แอดมินจะขอเสริมข้อมูลโดยอ้างอิงจากข้อกฎหมายเบื้องต้นคือ เมื่อมีการทำสัญญา ที่เรียกว่า “สัญญายืม” ผู้ให้ยืมจะทำการส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ยืมนั้นๆ

3.การเจาะตลาดของธุรกิจ ( Market Penetration )
สำหรับคำศัพท์ภาษาอังกฤษทางธุรกิจคำที่ 3 คือ “Market Penetration” คือ การเจาะตลาด ซึ่งสามารถทำได้โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับลูกค้าที่มีอยู่เดิมหรือหาลูกค้าใหม่ๆ ภายในตลาดเดิมที่มีอยู่ หากบริษัทใดเจาะตลาดเก่งแล้ว ก็จะทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้ ซึ่งอาจจะต้องอาศัยการส่งเสริมและจัดจำหน่ายเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เช่น ลดราคา เพิ่มการโฆษณา ประชาสัมพันธ์และการกร
จายสินค้า การเข้าซื้อกิจการคู่แข่งในตลาดเดียวกัน การปรับขนาดผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแนวทางของแต่ละบริษัทด้วยนะครับ

4.การร่วมกิจกรรมทางการค้า ( Joint venture )
มาต่อกันด้วยในส่วนของศัพท์ธุรกิจคำที่ 4 “Joint Venture” หรือเรียกสั้นๆว่า กิจการร่วมค้า
หากผู้ประกอบการเพียงรายเดียวไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆได้ จึงจำเป็นที่จะต้องร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการรายอื่นเพื่อให้สามารถดำเนินโครงการนั้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ จึงเกิดวิธี Joint venture ขึ้นมาครับ

5.ผลที่ได้จากการลงทุน ( Return On Investment (ROI) )
และศัพท์คำสุดท้าย “ผลตอบแทนจากการลงทุน” ROI ย่อมาจาก Return on Investment เมื่อเราลงทุนอะไรไปสักอย่าง เราต้องการทราบหรือประเมินได้ว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่าหรือไม่ จึงมีการวัดผลตอบแทนนั่นเอง โดย ROI ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะแปลว่าใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้ผลลัพธ์มากนั่นเอง
อย่าลืม! แชร์ข้อมูลดีๆให้กับเพื่อนๆของคุณที่กำลังมีความสนใจหรือกำลังพัฒนาภาษาอังกฤษและมาเรียนภาษาไปด้วยกันกับเราได้ที่เฟสบุ๊คเพจ www.facebook.comAlhijrah.Centre





Dopo esame, l'analisi evita conclusioni infondate. Le affermazioni non superano mai ciò che le prove possono supportare. Il sito web presenta una visione contestuale più approfondita dell'argomento. Le metriche di retention sono fondate sui dati dei servizi digitali interattivi.
Nice blog thanks forr posting